โีครงงาน เผยแพร่วิถีชีวิตชนเผ่ากะเหรี่ยง

 

บทที่ 1

บทนำ

 

1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

การ ศึกษาเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องมาจากอิทธิพลของสภาพแวดล้อมของเทคโนโลยี สารสนเทศซึ่งอาศัยสื่อที่ทันสมัยโดยเฉพาะเทคโนโลยีทางด้านโทรคมนาคมและการ สื่อสารเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและผู้คนหลายสิบล้าน คนทั่วโลกเข้าด้วยกันทำให้เกิดการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารในเวลาอันสั้นการ ศึกษาหาข้อมูลและการเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพียงแต่ปลายนิ้วสัมผัสโดยอาศัยเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (Internet) เกิดเป็นชุมชนบนเครือข่ายขึ้นผู้คนสามารถติดต่อสัมพันธ์กันผ่านจอ คอมพิวเตอร์มากยิ่งขึ้นข้อมูลข่าวสารความรู้จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญไปสู่ อำนาจและความมั่นคงของประเทศและเป็นกุญแจที่จะไปสู่ข้อมูลข่าวสารความรู้ก็ คือ “การศึกษา”

คอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำรงชีวิตของ ทุกคนเป็นอุปกรณ์ช่วยแบ่งเบาภาระการทำงานของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเป็นเครื่องคำนวณที่มีความสามารถสูงคำนวณงานที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ รวดเร็วสามารถเก็บข้อมูลเป็นจำนวนมาก สามารถนำมาใช้ในการแก้ ปัญหาต่างๆตลอดจนสามารถใช้ติดต่อสื่อสารโต้ตอบทางไกลได้ คอมพิวเตอร์จะทวีความสำคัญยิ่ง

ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและอินเทอร์ เน็ตได้เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของเรามากขึ้นซึ่งเราอาจไม่รู้สึกตัว ว่าอินเทอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตในยุคข้อมูลข่าวสารมี ความสำคัญคนหันมาบริโภคข้อมูลข่าวสารกันมากขึ้นนอกจากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต เปรียบเสมือนถนนสำหรับการเข้าไปถึงข้อมูลที่ต้องการเรายังต้องการเครื่องมือ ที่จะสามารถสร้างเนื้อหาและข้อมูลต่างๆไว้รองรับการเข้าถึงนั่นก็คือ เทคโนโลยีเว็บไซต์ซึ่งเป็นตัวกลางคอยให้ข้อมูลต่างๆแก่ผู้ใช้โดยการพัฒนาของ เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์ได้ถูกเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปมาก

ใน ยุคที่เทคโนโลยีการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตกำลังเป็นที่นิยมและมีผลกระทบใน ทุกๆด้านในปัจจุบันทำให้ทุกคนทุกสังคมต้องมีการปรับตัวและพัฒนาให้ทันต่อการ เปลี่ยนเปลี่ยนแปลงในโลกของการสื่อสารและการพัฒนาของโลกเวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web; WWW) จากยุคแรกคือ Web 1.0 ซึ่งมีลักษณะเป็น Static Web คือมีการนำเสนอข้อมูลทางเดียว (one-way communication) ด้วยการแปลงข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่รอบตัวเราให้อยู่ในรูปของดิจิตอล (Digital) เช่นหนังสือพิมพ์นิตยสารหรือการโฆษณาตามหน้าเว็บไซต์โดยผู้ใช้สามารถอ่านได้ แต่ไม่สามารถเข้าร่วมในการสร้างข้อมูลได้แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคศตวรรษที่ 21คือยุคของโลก WWW หรือ Web 2.0 เป็นยุคที่ทำให้อินเทอร์เน็ตมีศักยภาพในการใช้งานมากขึ้นเน้นให้ผู้ใช้มี ส่วนร่วมในการสร้างสรรค์
จุดกำเนิดของ Web 2.0 คือความนิยมของ Social Media ที่มีการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งและมีแนวโน้มของผู้ใช้บริการทั่วโลกปัจจุบัน Social Network Website ต่างๆก็มีการพัฒนาและเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการใช้ ประโยชน์เชิงสังคมกันมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือการสร้างเว็บ Blog เพื่อเผยแพร่ข้อมูลในรูปแบบต่างๆ

          ในเรื่อง ของเนื้อหาความรู้เรื่องวิถีชีวิตของชนเผ่ากะเหรี่ยง ที่ประกอบไปด้วยประวัติความเป็นมา วิถีชีวิต และความเชื่อ  ที่แสดงให้เห้นถึงวัฒนธรรมที่หลากหลาย การใช้ชีวิตที่พอเพียง อยู่ได้ด้วยการทำงาน ดำรงชีวิตที่เรียบง่าย กะเหรี่ยง เป็นชนเผ่าที่จัดได้ว่ามีหลายเผ่าพันธุ์ หลายภาษา มีการนับถือศาสนาที่ต่างกัน แต่กะเหรี่ยงดั้งเดิมจะนับถือผี เชื่อเรื่องต้นไม้ป่าใหญ่ ภายหลังหันมานับถือพุทธ คริสต์ เป็นต้น แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย กะเหรี่ยงสะกอ หรือที่เรียกนามตัวเองว่า ปากะญอ หมายถึงคน หรือมนุษย์นั้นเอง กะเหรี่ยงสะกอเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด มีภาษาเขียนเป็นของตนเอง โดยมีมิชชันนารีเป็นผู้คิดค้นดัดแปลงมาจากตัวหนังสือพม่า ผสมภาษาโรมัน กลุ่มนี้หันมานับถือศาสนาคริสต์เป็นส่วนใหญ่ กะเหรี่ยงโปร์นั้นเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างเคร่งครัดในประเพณี พบมากที่ อำเภอ แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอ อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และแถบตะวันตกของประเทศไทย คือ กะเหรี่ยงบเว พบที่ อำเภอ ขุนยวม แม่ฮ่องสอน ส่วนปะโอ หรือตองสูก็มีอยู่บ้าง แต่พบน้อยมากในประเทศไทย  ซึ่งเราควรเรียนรู้ไว้เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒฯธรรมนี้ต่อไป

          ดัง นั้นผู้จัดทำจึงได้มีความคิดที่จะนำเอารูปแบบของ WebBlog ด้วยเว็บไซต์Wordpressม าใช้ในการบันทึกข้อมูลการเรียนรู้เพื่อนำมาเป็นแหล่งเรียนรูของตนเอง เผยแพร่ข้อมูล และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครู เพื่อนและเผยแพร่ความรู้ดังกล่าวสู่ผู้สนใจต่อไป

2. วัตถุประสงค์ของการศึกษา                                              

1.เพื่อ ศึกษาและพัฒนาการสร้างเว็บบล็อก( Web Blog)Learn & Know – Show & Share ด้วยWordpress เรื่อง เผยแพร่วิถีชนเผ่ากะเหรี่ยง

2.เพื่อศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจและต้องการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง

3.เพื่อ ให้ผู้เรียนสามารถพัฒนารูปแบบของเว็บบล็อกจากWordpressได้ด้วยตนเองและนำมา ประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการเรียนรู้ของตนเองมากยิ่งขึ้น

4.เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ระหว่างครูเพื่อนและผู้สนใจทั่วไป

5. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูเพื่อนและผู้สนใจทั่วไป

3.ขอบเขตของโครงงาน

1.  จัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์ การสร้างเว็บบล็อก( Web Blog)Learn & Know – Show & Share ด้วยWordpress เรื่อง เผยแพร่วิถีชนเผ่ากะเหรี่ยง

2.  วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือหรือโปรแกรมหรือที่ใช้ในการพัฒนา ได้แก่
2.1เครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมเชื่อมต่อระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

2.2 เว็บไซต์ที่ให้บริการเว็บบล็อก คือ www.wordpress.com
2.3เว็บไซต์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารเช่น www.facebook.com, www.hotmail.com, www.google.com, http://www.youtube.com
2.4โปรแกรมตัดต่อและตกแต่งรูปภาพเช่นAdobe Photoshop CS3และ PhotoScape2.0

4. ขั้นตอนและแผนดำเนินงาน

ที่

ขั้นตอนการดำเนินงาน

ระยะเวลาดำเนินงาน

เดือนสิงหาคม

เดือนกันยายน

สัปดาห์ที่

สัปดาห์ที่

1

2

3

4

1

2

3

4

1

คิดหัวข้อโครงงาน

ü

             

2

ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล

ü

ü

           

3

จัดทำโครงร่างเพื่อนำเสนอ  

ü

           

4

ปฏิบัติการจัดทำโครงงาน  

ü

ü

ü

ü

ü

ü

 

5

นำเสนอรายงานความก้าวหน้า
ของโครงงานครั้งที่ 1
   

ü

ü

       

6

นำเสนอรายงานความก้าวหน้า
ของโครงงานครั้งที่ 2
       

ü

ü

ü

 

7

ปรับปรุง ทดสอบ      

ü

ü

ü

ü

 

8

จัดทำเอกสารรายงานโครงงาน              

ü

9

ประเมินผลงาน              

ü

10

นำเสนอโครงงานผ่านเว็บ blog              

ü

 

5. สถานที่ดำเนินงาน
ห้องเรียนคอมพิวเตอร์โรงเรียนสบเมยวิทยาคม        อำเภอสบเมย     จังหวัดแม่ฮ่องสอน

6.  นิยามศัพท์เฉพาะ

6.1  บทเรียนออนไลน์ (Online)หมายถึงความ หมายที่สองบทเรียนออนไลน์ (Online) อีเลิร์นนิ่ง (e-Learning) คือ การเรียนในลักษณะใดก็ได้ ซึ่งใช้การถ่ายทอดเนื้อหาผ่านทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ (Computer) เครือข่ายอินทราเน็ต(Intranet) อินเตอร์เน็ต (Internet) เอ็กซทราเน็ต (Extranet)  หรือสัญญาณโทรทัศน์ สัญญาณดาวเทียม

6.2เทคโนโลยีสื่อสังคม (Social Media)หมายถึงSocial ในที่นี้หมายถึง สังคมออนไลน์

Media ในที่นี้หมายถึง เนื้อหา เรื่องราว และบทความSocial Media

–  Word pressหมายถึง คือโปรแกรมชนิดหนึ่งที่มีระบบในการช่วยจัดการเนื้อหาบนเว็บ ได้อย่างง่ายดาย

–  Facebook  หมายถึง เว็บไซต์ Social Network เว็บหนึ่ง เป็นเว็บไซต์ที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก

–  Twitter หมายถึงเป็น บริการส่งข้อความเป็นประโยคสั้นๆ ที่คุณส่งไปนั้นจะเป็นการบอกว่า คุณ กำลังทำอะไรอยู่? ในตอนนั้น เพื่อเป็นบันทึก ณ. ช่วงเวลานั้นว่าคุณทำอะไรลงไปในเว็บไซต์ของ Twitter.com

–  SlideShareหมายถึงเว็บไซต์ที่สมาชิกในชุมชนสามารถแบ่งปันสไลด์หรือ Presentation ที่คุณสร้างขึ้นหรือคุณชื่นชอบ และสามารถทำประโยชน์ให้แก่สมาชิกคนอื่นๆ

–  YouTube หมายถึงเว็บไซต์ที่ให้บริการแลกเปลี่ยนภาพวิดีโอระหว่างผู้ใช้ได้ฟรี โดยนำเทคโนโลยีของ Adobe Flash มาใช้ในการแสดงภาพวิดีโอ

6.3  บทเรียนออนไลน์ (Online)โดยใช้เทคโนโลยีสื่อสังคม (Social Media) หมายถึง

7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
7.1ได้รับความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเว็บบล็อก( Web Blog)Learn & Know – Show & Share เรื่องเผยแพร่วิถีชนเผ่ากะเหรี่ยง ด้วยWordpress
7.2ได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่นำมาเป็นบทเรียนในการพัฒนาเว็บบล็อก( Web Blog)Learn & Know – Show & Share เรื่อง เผยแพร่วิถีชนเผ่ากะเหรี่ยง ด้วยWordpress
          7.3 ผู้เรียนสามารถพัฒนารูปแบบของเว็บบล็อกจาก WordPressได้ด้วยตนเองและนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการเรียนรู้ของตนเองมาก ยิ่งขึ้น
7.4สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ระหว่างครู เพื่อนและผู้สนใจทั่วไป
เพื่อสร้างเป็นเครือข่ายการเรียนรู้ผ่านเว็บบล็อกได้
7.5ได้นำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศยุคใหม่มาใช้อย่างมีคุณค่า และสร้างสรรค์

8. สถานที่ที่ใช้ในการดำเนินการและรวบรวมข้อมูล

8.1สถ­านที่

๑)      ห้องปฏิบัติการโรงเรียนสบเมยวิทยาคมตำบลแม่คะตวน อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

๒)      ห้องสมุดโรงเรียนสบเมยวิทยาคม ตำบลแม่คะตวน อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

8.2 อุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินการ

 

9. ระยะเวลาในการดำเนินการ

ตั้งแต่เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2555ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2555เป็นระยะเวลา 100 วัน

บทที่ 2

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

โครง งานคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา เรื่อง การสร้างเว็บบล็อก( Web Blog)“Learn & Know – Show & Share”เรื่องเผยแพร่วิถีชนเผ่ากะเหรี่ยงได้ศึกษาค้นคว้าเอกสารและงานวิจัย ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ โดยมีสาระสำคัญตามลำดับหัวข้อดังนี้

  1. แนวคิดเกี่ยวกับการสร้างบทเรียนออนไลน์ (Online)
  2. เว็บบล็อก (WebBlog)
  3. เทคโนโลยีสื่อสังคม (Social Media)
  4. วิถีชีวิตของชนเผ่ากะเหรี่ยง
  5. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

1. แนวคิดเกี่ยวกับการสร้างบทเรียนออนไลน์ (Online)

ผศ.ดร.ถนอม พร (ตันพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ให้คำจำกัดความไว้ 2 ความหมาย คือบทเรียนออนไลน์ (Online) อีเลิร์นนิง (e-Learning)

ความ หมายแรกบทเรียนออนไลน์ (Online) อีเลิร์นนิง (e-Learning) หมายถึง การเรียนเนื้อหา หรือสารสนเทศสำหรับการสอน หรือการอบรม ซึ่งใช้การนำเสนอด้วยตัวอักษร (Text) ภาพนิ่ง (Image) ผสมผสานกับการใช้ภาพเคลื่อนไหว (Animation)    วีดิทัศน์ และเสียง (Sound) โดยอาศัยเทคนโลยีของเว็บ (Web Technology) ในการถ่ายทอดเนื้อหา รวมทั้งใช้เทคโนโลยีการจัดการคอร์ส (Course Management System) ในการบริหารจัดการงานสอนต่างๆ

ความหมายที่สองบทเรียนออนไลน์ (Online) อีเลิร์นนิ่ง (e-Learning) คือ การเรียนในลักษณะใดก็ได้ ซึ่งใช้การถ่ายทอดเนื้อหาผ่านทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ (Computer) เครือข่ายอินทราเน็ต (Intranet) อินเตอร์เน็ต (Internet) เอ็กซทราเน็ต (Extranet)  หรือสัญญาณโทรทัศน์ สัญญาณดาวเทียม

ดร. สุรสิทธิ์วรรณไกรโรจน์ ผู้อำนวยการโครงการการเรียนรู้แบบออนไลน์แห่ง สวทช. ได้ให้คำจำกัดความของ บทเรียนออนไลน์ (Online) e-Learning (อีเลิร์นนิง) คือ การเรียนรู้แบบออนไลน์ หรือ e-learning (อีเลิร์นนิ่ง) การศึกษา เรียนรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ต(Internet) หรืออินทราเน็ต(Intranet) เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผู้เรียนจะได้เรียนตามความสามารถและความสนใจของตน โดยเนื้อหาของบทเรียนซึ่งประกอบด้วย ข้อความ  รูปภาพ เสียง วิดีโอและมัลติมีเดียอื่นๆ จะถูกส่งไปยังผู้เรียนผ่าน Web Browser โดยผู้เรียน ผู้สอน และเพื่อนร่วมชั้นเรียนทุกคน สามารถติดต่อ ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันได้เช่นเดียวกับการเรียนในชั้นเรียนปกติ โดยอาศัยเครื่องมือการติดต่อ สื่อสารที่ทันสมัย เช่น e-mail, webboard, chat) จึงเป็นการเรียนสำหรับทุกคน, เรียนได้ทุกเวลา และทุกสถานที่ (Learn for all : anyone, anywhere and anytime)

นายบุญเลิศ อรุณพิบูลย์ และ นายบุญเกียรติ เจตจํานงนุช ได้ให้ความหมายบทเรียนออนไลน์ (Online) อีเลิร์นนิง (e-Learning) คือ การใช้ทรัพยากรต่างๆ ในระบบอินเตอรเน็ต (Internet) มาออกแบบและจัดระบบเพื่อสรางระบบการเรียนการสอน โดยการสนับสนุนและสงเสริมใหเกิดการเรียนรู้อยางมีความหมายตรงกับความตองการ ของผู้สอน และผู้เรียน เชื่อมโยงระบบเป็นเครือขายที่สามารถเรียนรู้ไดทุกที่ ทุกเวลา และทุกคน สามารถประเมิน ติดตามพฤติกรรมผู้เรียนได้ เสมือนการเรียนในห้องเรียนจริง โดยสามารถพิจารณาไดจากคุณลักษณะ ดังนี้

1.1.    เว็บไซต์ที่เกี่ยวของกับการศึกษา เกี่ยวข้องกับเนื้อหารายวิชาใด วิชาหนึ่งเป็นอย่างน้อย หรือการศึกษาตามอัธยาศัย

1.2.    ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง จากทุกที่ทุกเวลาโดยอิสระ

1.3.    ผู้เรียนมีอิสระในการเรียน การบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้แต่ละเนื้อหา ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน หรือพร้อมกับผู้เรียนรายอื่น

1.4.    มีระบบปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน และสามารถเรียนรู้ร่วมกันได้

1.5.    มีเครื่องมือที่วัดผลการเรียนได้

1.6.    มีการออกแบบการเรียนการสอนอย่างมีระบบ

1.7.    ผู้สอนมีสภาพเป็นผู้ช่วยเหลือผู้เรียนในการค้นหา การประเมิน การใช้ประโยชน์จากเนื้อหา จากสื่อรูปแบบต่างๆ ที่มีให้บริการ

1.8.    มีระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System/LMS)

1.9.    มีระบบบริหารจัดการเนื้อหา/หลักสูตร (Content Management System/CMS)

  1. 2.       เว็บบล็อก (WebBlog) 

เว็บบล็อก (WebBlog)  เป็นรูปแบบเว็บไซต์ประเภท หนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลำดับที่เรียงตามเวลาในการเขียน ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้แรกสุด บล็อกโดยปกติจะประกอบด้วย ข้อความ ภาพ ลิงก์ ซึ่งบางครั้งจะรวมสื่อต่างๆ ไม่ว่า เพลงหรือวิดีโอใน หลายรูปแบบได้ จุดที่แตกต่างของบล็อกกับเว็บไซต์โดยปกติคือ บล็อกจะเปิดให้ผู้เข้ามาอ่านข้อมูล สามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเป็นคนเขียน ซึ่งทำให้ผู้เขียนสามารถได้ผลตอบกลับโดยทันที คำว่า “บล็อก” ยังใช้เป็นคำกริยาได้ซึ่งหมายถึง การเขียนบล็อก และนอกจากนี้ผู้ที่เขียนบล็อกเป็นอาชีพก็จะถูกเรียกว่า “บล็อกเกอร์”

บล็อก เป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลายขึ้นอยู่กับเจ้าของบล็อก โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร การประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ในหลายด้านไม่ว่า อาหาร การเมือง เทคโนโลยี หรือข่าวปัจจุบัน นอกจากนี้บล็อกที่ถูกเขียนเฉพาะเรื่องส่วนตัวหรือจะเรียกว่าไดอารีออนไลน์ ซึ่ง ไดอารีออนไลน์นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้บล็อกในปัจจุบัน นอกจากนี้ตามบริษัทเอกชนหลายแห่งได้มีการจัดทำบล็อกของทางบริษัทขึ้น เพื่อเสนอแนวความเห็นใหม่ใหักับลูกค้า โดยมีการเขียนบล็อกออกมาในลักษณะเดียวกับข่าวสั้น และได้รับการตอบรับจากทางลูกค้าที่แสดงความเห็นตอบกลับเข้าไป เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์

 

  1. 3.       เทคโนโลยีสื่อสังคม (Social Media)

Social Media คือ ช่องทางในการติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยน ความรู้ ความคิดสำหรับคนยุคใหม่ โดยรวมตัวกันเป็นกลุ่มหรือสังคมผ่านทางเว็บไซต์ อย่างเช่น กลุ่มคนรักกีฬา คนรักรถ คนรักสุนัข การรณรงค์ในเรื่องต่างๆ หรือแม้กระทั่งการรวมกลุ่มของผู้ชื่นชอบแบรนสินค้า โดยในยุคปัจจุบันคงไม่มีใครปฏิเสธได้แล้วว่า เครื่องมือชนิดนี้มีประโยชน์อย่างมากที่ช่วยให้คนเรานั้นติดต่อสื่อสารกัน ได้อย่างรวมเร็วมากยิ่งขึ้น การได้รับข่าวสารได้ทันถ่วงที Social Media ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันและได้นำมาใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่Facebook ,twitter ,Google+ เป็นต้น

3.1 Facebook 

Facebook คือ บริการบนอินเทอร์เน็ตบริการหนึ่ง ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารและร่วมทำกิจกรรมใดกิจกรรม หนึ่งหรือหลายๆ กิจกรรมกับผู้ใช้ Facebook คนอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งประเด็นถามตอบในเรื่องที่สนใจ  โพสต์รูปภาพโพสต์คลิปวิดีโอ  เขียนบทความหรือบล็อก แชทคุยกันแบบสดๆ  เล่นเกมส์แบบเป็นกลุ่ม (เป็นที่นิยมกันอย่างมาก) และยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ผ่านแอพลิเคชั่นเสริม (Applications) ที่มีอยู่อย่างมากมาย ซึ่งแอพลิเคชั่นดังกล่าวได้ถูกพัฒนาเข้ามาเพิ่ม เติมอยู่เรื่อยๆ

Facebook เป็น social network ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งในโลก ซึ่งถ้าในต่างประเทศ ความยิ่งใหญ่ของ facebookมีมากกว่า Hi5 แต่ในประเทศไทยของเรา Hi5 ยังครองความเป็นเจ้าในด้าน social network ในหมู่คนไทย

 

3.2 Twitter

Twitter เป็นบริการส่งข้อความเป็นประโยคสั้นๆ ที่คุณส่งไปนั้นจะเป็นการบอกว่า คุณ กำลังทำอะไรอยู่? ในตอนนั้น เพื่อเป็นบันทึก ณ. ช่วงเวลานั้นว่าคุณทำอะไรอยู่ ลงไปในเว็บไซต์ของ Twitter.com เช่น “กำลังจะกินข้าว” “กำลังจะออกจากบ้าน” เป็นต้น และเมื่อคุณส่งประโยคสั้นๆ ไปเรื่อยๆ ในช่วงเวลาที่คุณมีเวลา และสามารถทำได้ เมื่อกลับมาอ่าน ข้อความทั้งหมดก็จะสามารถประติดประต่อ บอกเรื่องราวว่าคุณทำอะไรไปบ้างช่วงวันหนึ่งๆ ซึ่งจะสะดวกกว่าการ มานั่งหลังคดหลังแข็งมานั่งเขียนบล็อก ทั้งวัน Twitterจึงเข้ามาทดแทนและช่วยให้คนไม่ชอบเขียน บล็อก หันมาใช้บริการพวกกันมากขึ้น

แต่สิ่งหนึ่งที่มาช่วยให้ Twitter มีประโยชน์ และสนุกมากขึ้น ก็คือ คุณสามารถติดตาม (Follow) คนอื่นๆ ที่เค้าเขียนข้อความลงไปใน Twitter ของเค้าได้ ว่าเค้าคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่ โดยเมื่อคุณ ติดตาม (Follow) เค้าแล้ว เมื่อคนนั้นเค้าทำอะไรและพิมพ์อะไรลงไปใน Twitter คุณก็ได้รับข้อความเหล่านั้นด้วยไปพร้อมๆ กัน และก็สามารถติดตามได้ทีละหลายๆ คน ซึ่งก็จะทำให้คุณทราบว่าเค้าเหล่านั้นกำลังทำอะไรอยู่ในขณะนั้นทันที จะเห็นว่า Twitter ก็เริ่มกลายเป็นเครื่องมือในการกระจายข้อมูล (Broadcast) ของคนๆ หนึ่ง ไปยังคนหลายๆ คนได้ง่ายๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และที่สำคัญคือ คุณสามารถส่งข้อความเข้า Twitter ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ง่ายๆ ผ่าน SMS หรือ WAP โดยเข้าไปที่ http://m.twitter.com ดังนั้นไม่ว่าคุณอยู่ไหนก็ตาม ที่คุณมีโทรศัพท์มือถือก็สามารถส่งข้อความเข้า Twitter ได้ง่ายๆ

 

4. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

สุ ภพงษ์  วงศ์สมิตกุล (2553 : บทคัดย่อ)  ได้ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนาบทเรียนออนไลน์(Online) โดยใช้เทคโนโลยีสื่อสังคม (Social Media) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี  เรื่องการเพาะเห็ดหอม  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนปากช่อง  จังหวัดนครราชสีมา  ผลการวิจัยพบว่า  บทเรียนออนไลน์(Online) โดยใช้เทคโนโลยีสื่อสังคม (Social Media) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี  เรื่องการเพาะเห็ดหอมที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ตามที่กำหนด 85/85  นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์(Online) โดยใช้เทคโนโลยีสื่อสังคม (Social Media) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี  เรื่องการเพาะเห็ดหอม  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05และความคิดเห็นของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์(Online) โดยใช้เทคโนโลยีสื่อสังคม (Social Media) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี  เรื่องการเพาะเห็ดหอม  มีความคิดเห็นเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับเห็นด้วยอย่างยิ่ง

5.วิถีชีวิตชนเผ่ากะเหรี่ยง

–  ประวัติความเป็นมาของชนเผ่ากะเหรี่ยง

กะเหรี่ยง เป็นชนเผ่าที่จัดได้ว่ามีหลายเผ่าพันธุ์ หลายภาษา มีการนับถือศาสนาที่ต่างกัน แต่กะเหรี่ยงดั้งเดิมจะนับถือผี เชื่อเรื่องต้นไม้ป่าใหญ่ ภายหลังหันมานับถือพุทธ คริสต์ เป็นต้น กะเหรี่ยง มีถิ่นฐานตั้งอยู่ที่ประเทศพม่า แต่หลังจากถูกรุกรานจากสงคราม จึงมีกะเหรี่ยงที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ประเทศไทย กะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย กะเหรี่ยงสะกอ หรือที่เรียกนามตัวเองว่า ปากะญอ หมายถึงคน หรือมนุษย์นั้นเอง กะเหรี่ยงสะกอเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด มีภาษาเขียนเป็นของตนเอง โดยมีมิชชันนารีเป็นผู้คิดค้นดัดแปลงมาจากตัวหนังสือพม่า ผสมภาษาโรมัน กลุ่มนี้หันมานับถือศาสนาคริสต์เป็นส่วนใหญ่ กะเหรี่ยงโปร์นั้นเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างเคร่งครัดในประเพณี พบมากที่ อำเภอ แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอ อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และแถบตะวันตกของประเทศไทย คือ กะเหรี่ยงบเว พบที่ อำเภอ ขุนยวม แม่ฮ่องสอน ส่วนปะโอ หรือตองสูก็มีอยู่บ้าง แต่พบน้อยมากในประเทศไทย ชนเผ่า “ปกากะญอ” เป็นชนเผ่าที่บอกกล่าวถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมานับร้อยนับพันเรื่อง เรียงร้อยเก็บไว้ในเเนวของนิทาน อาจจะไม่ใช่หลักฐานที่เเน่ชัด เเต่ก็พยายามที่จะเล่าสืบทอดให้ลูกหลานได้รู้ ถึงความเป็นมาของเผ่าพันธุ์ และวัฒนธรรมของตัวเอง เล่ากันตั้งแต่สมัยที่พระเจ้าสร้างโลก พระองค์ได้สร้างมนุษย์ คู่แรก คือ อดัม กับเอวา ทั้งสองคนได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสวน (เอเดน) ที่พระองค์ได้สร้างไว้ ทั้งสองได้ทำ ผิดกฎ ของสวรรค์ จึงถูกเนรเทศลงมาใช้กรรมอยู่ในโลกจนกระทั่งมีลูกหลานสืบเชื้อสายมาจนถึงทุก วันนี

–                  วิถีชีวิต

การเกิด

การตั้ง ครรภ์    เมื่อสตรีกะเหรี่ยงตั้งครรภ์ ก็จะต้องปฏิบัติอย่างระมัดระวังตังอย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้คลอดบุตรอยากเป็นอันตรายแก่แม่และเด็ก อาหารเป็น เรื่องสำคัญ หญิงมีครรภ์ต้องไม่รับประทานอาหาร ที่ไม่คุ้นเคยหรือที่คนอื่นทำมาขาย การดื่มเหล้า เชื่อว่าจะทำให้แท้ง และการกินขนุนจะทำให้ทารก ในครรภ์เกิดมาเป็นโรงผิวหนัง นอกจากนี้นั้นยังห้ามหญิงมีครรภ์ไปงานศพ เพราะวิญญาณผู้ตาย ไปสู่โลกได้ง่ายๆ หากเผอิญไปเห็นศพหรือคนตายเข้า ก็จะต้องทำพิธีเรียกขวัญกันอย่างด่วน และคนในหมู่บ้านก็จะช่วยกันระมัดระวังมิให้เกิดเหตุการณ์ใด ๆ มารังควานหญิงมีครรภ์ เช่นไม่ล้มต้นไม้ขวางทางเดินไว้ เพราะจะทำให้ผู้ไปพบคลอดบุตรยาก ต้องปัดรังควานหรือขอขมากันด้วยไก่หนึ่งตัว

การแต่งงาน

สู่ขอ (เอาะ เฆ)

เรื่องราวของการสู่ขอมีลักษณะดังนี้เมื่อเป็นที่รับรู้แล้วว่าหญิงชายรักชอบพอกัน พ่อแม่และญาติพี่น้อง

ของฝ่ายหญิงก็จะส่งคนไปหาฝ่ายชาย เพื่อสอบถามให้แน่ใจว่าฝ่ายชายรัก และยินดีที่จะแต่งงานกับฝ่ายหญิงจริงหรือไม่

หากฝ่ายชายรักชอบพอกัน และยินยอมที่จะแต่งงานกับฝ่ายหญิงก็จะมีการนัดหมายวันเวลาทำพิธีแต่งงานกันในเวลานั้น

การหมั้นหมาย (เตอะ โหล่)

เมื่อ ฝ่ายชายตกลงปลงใจว่าจะแต่งงานกับฝ่ายหญิงและนัดหมายวันเวลาแต่งงานที่แน่นอน แล้วฝ่ายชายก็ส่งเถ้าแก่ ่ไปทำพิธีหมั่นหมายฝ่ายหญิงก่อนวันแต่งงานในพิธีฝ่ายหญิงจะฆ่าไก่ 2 ตัว ในการู่ทำอาหารเพื่อเลี้ยงรับรองเถ้าแก่ของ่ฝ่ายชายและ

วันรุ่งขึ้นก็จะนัดหมายวันเวลาท ี่ฝ่ายชายและเพื่อนๆ จะมาหาฝ่ายหญิงเพื่อทำพิธีแต่งงานต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 3

อุปกรณ์และวิธีดำเนินการ

ใน บทที่ 3 นี้เป็นการกล่าวถึงการดำเนินโครงการทั้งหมดโดยเริ่มด้วยการรวบรวมและศึกษาหา ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเว็บบล็อกทั้งหมด และเรื่องที่เกี่ยวข้อมาจัดทำเป็นเว็บบล็อกขึ้นดังรายละเอียดต่อไปนี้

  1. 1.      ผู้ค้นคว้าได้ศึกษาเกี่ยวกับ วิถีชีวิตของชนเผ่ากะเหรี่ยง ได้ศึกษาเกี่ยวกับวิถีชิต

–          ได้ศึกษาค้นคว้าในอินเทอร์เน็ต

–          ศึกษาและสำรวจวิถีชีวิตของชนเผ่ากะเหรี่ยงในท้องถิ่น อ.สบเมย

  1. 2.                  ผู้ค้นคว้าได้ศึกษาเกี่ยวกับwordpressและได้ดำเนินการสมัครเป็นสมาชิกของ เว็บไซต์ดังขั้นตอนต่อไปนี้

2.1   สมัคร wordpress จะต้องเข้าไปใน www.wordpress.com จากนั้นคลิกที่คำว่า GET STARTAD หรือ GET A FREE BLOG

2.2   จากนั้น ก็กรอกชื่อบล็อกตัวเอง ดังรูป

2.3   เมื่อสมัครเรียบร้องแล้ว ก็เข้าไปทำการยืนยันใน E-mail ดังรูป

2.4.   เมื่อเข้าไปยืนยันใน E-mail เรียบร้อยแล้ว ก็ทำการ login เข้าไปในหน้า wprdpress

 

บทที่ 4

ผลการดำเนินงาน

การ ศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงานคอมพิวเตอร์เพื่อการ ศึกษา เรื่อง การสร้างเว็บบล็อก( Web Blog)“Learn & Know – Show & Share”เป็นโครงงานสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเว็บบล็อกเพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่ผู้เรียนได้ศึกษา และพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ของนักเรียน และยังแก้ปัญหาทางการเรียนของนักเรียน นอกจากนี้ยังศึกษาสมรรถนะสำคัญของนักเรียน  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3ภาคเรียนที่ 1ปีการศึกษา 2555 เพื่อศึกษาผลจากการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงานคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา เรื่อง การสร้างเว็บบล็อก( Web Blog)“Learn & Know – Show & Share”เป็นเครื่องมือที่มีผลต่อสมรรถนะสำคัญของนักเรียน

ซึ่งได้สร้าง แบบสอบถามประเมินสมรรถนะสำคัญของนักเรียนโดยดัดแปลงจากแบบประเมินสมรรถนะ สำคัญของนักเรียน ของ ดร.สาวิตรี  โรจนะสมิต อาร์โนลด์  แบบประเมินมีลักษณะแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5ระดับ  ได้แก่  มากที่สุด  มาก  ปานกลาง  น้อย  น้อยที่สุด  และใช้เกณฑ์การประเมินของบุญชม  ศรีสะอาด (2546 : 162)  ดังนี้

5หมายถึง  ระดับความเหมาะสมมากที่สุด        ระดับคะแนนเฉลี่ย        4.51-5.00

4หมายถึง  ระดับความเหมาะสมมาก             ระดับคะแนนเฉลี่ย        3.51-4.5

3หมายถึงระดับความเหมาะสมปานกลาง        ระดับคะแนนเฉลี่ย        2.51-3.50

2หมายถึง    ระดับความเหมาะสมน้อย           ระดับคะแนนเฉลี่ย        1.51-2.50

1หมายถึง        ระดับความเหมาะสมน้อยที่สุด      ระดับคะแนนเฉลี่ย        1.00-1.50

ซึ่งมีการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังตารางดังนี้

ตารางที่ 1ค่า เฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับสมรรถนะสำคัญของนักเรียนก่อนการจัดการ เรียนรู้ด้วยโครงงานโดยการใช้เว็บบล็อกโดยแยกรายละเอียดแต่ละสมรรถนะ

รายการประเมิน

ระดับสมรรถนะ

แปลผล

   
ความสามารถในการสื่อสาร1.  ฉันสามารถรับ-ส่งข้อมูลหรือติดต่อกับเพื่อน ครู ได้เข้าใจตรงกัน

2.59

2.76

0.51

0.50

ปานกลาง

ปานกลาง

2.  ฉันสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นด้วยภาษาที่สุภาพได้

2.48

0.51

น้อย

3.  ฉันสามารถเลือกใช้เครื่องมือในการสื่อสารที่หลากหลายทางเพื่อถ่ายทอดความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนคติของของตนเอง

2.52

0.51

ปานกลาง

ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี1.  ฉันสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีความเหมาะสมกับลักษณะของงานได้

2.52

2.33

0.51

0.50

ปานกลาง

น้อย

2.  ฉันสามารถใช้เทคโนโลยีในการจัดการกับงานด้านต่าง ๆ เช่นตัวอักษร  รูปภาพ  ภาพเคลื่อนไหว  เสียง ได้สำเร็จ

2.67

0.51

ปานกลาง

3.  ฉันสามารถนำเทคโนโลยีมาสร้างชิ้นงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.55

0.51

ปานกลาง

ความสามารถในการคิด1.  ฉันสามารถวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ โดยวิเคราะห์การทำงานอย่างมีขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบการทำงาน

2.48

2.43

0.52

0.60

น้อย

น้อย

2.  ฉันสามารถวิเคราะห์  สังเคราะห์ ข้อมูลที่ได้มาจากการค้นคว้ามาจัดทำชิ้นงานด้วยตนเองได้

2.46

0.53

น้อย

3.  ฉันสามารถใช้ความคิดในการออกแบบสร้างชิ้นงานให้มีความแปลกใหม่ และมีประสิทธิภาพ

2.54

0.43

ปานกลาง

ความสามารถในการแก้ปัญหา1.  ฉันสามารถวิเคราะห์ คาดการณ์ ปัญหาที่จะเกิดขึ้น และหา

แนวทางในการแก้ปัญหาล่วงหน้าได้

2.42

2.38

0.52

0.56

น้อย

น้อย

2.  เมื่อเกิดปัญหาในขณะทำงาน  ฉันสามารถวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางแก้ไขได้

2.51

0.45

ปานกลาง

3.  ฉันยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นและแยกแยะประเด็นปัญหาในแง่มุมต่าง ๆ ในระหว่างทำชิ้นงานได้

2.42

0.56

น้อย

 

 

 

 

ตารางที่  1  (ต่อ)  ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับสมรรถนะสำคัญของนักเรียนก่อนรถนะวามสามารถในการสื่อสาร  ความสามารถในการคิดการจัด

การเรียนรู้ด้วยโครงงานโดยการใช้เว็บบล็อกโดยแยกรายละเอียดแต่ละด้าน

รายการประเมิน

ระดับสมรรถนะ

แปลผล

   
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต1.  ฉันสามารถติดต่อสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์กับบุคคล

ในเชิงบวก และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นย่างมีประสิทธิภาพ

2.46

2.51

0.56

0.51

น้อย

ปานกลาง

2.  ฉันมีความเชื่อมั่น กล้าตัดสินใจ แสดงความคิดในการออกแบบสร้างสรรค์งาน และสามารถเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เป็น

ปัญหาได้

2.49

0.46

น้อย

3.  ฉันสามารถสร้างชิ้นงานโดยคำนึงถึงความต้องการของผู้อื่นและสังคม

2.43

0.49

น้อย

4.  ฉันสามารถปรับเปลี่ยนชิ้นงาน/โครงงานตามคำแนะนำและความต้องการของสังคมในขณะนั้นได้

2.57

0.48

ปานกลาง

5.  ฉันมีความรับผิดชอบในหน้าที่ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม

2.35

0.66

น้อย

6.  ฉันสามารถนำชิ้นงานไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับกลุ่มอื่น ๆ ได้

2.41

0.78

น้อย

รวม

2.49

0.52

น้อย

ตารางที่ 2ค่า เฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับสมรรถนะสำคัญของนักเรียนหลังการจัดการ เรียนรู้ด้วยโครงงานโดยการใช้เว็บบล็อกโดยแยกรายละเอียดแต่ละสมรรถนะ

รายการประเมิน

ระดับสมรรถนะ

แปลผล

   
ความสามารถในการสื่อสาร1.  ฉันสามารถรับ-ส่งข้อมูลหรือติดต่อกับเพื่อน ครู ได้เข้าใจตรงกัน

4.45

4.58

0.51

0.50

มาก

มากที่สุด

2.  ฉันสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นด้วยภาษาที่สุภาพได้

4.48

0.51

มาก

3.  ฉันสามารถเลือกใช้เครื่องมือในการสื่อสารที่หลากหลายทางเพื่อถ่ายทอดความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนคติของของตนเอง

4.30

0.53

มาก

ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี1.  ฉันสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีความเหมาะสมกับลักษณะของงานได้

4.61

4.55

0.68

0.78

มากที่สุด

มากที่สุด

2.  ฉันสามารถใช้เทคโนโลยีในการจัดการกับงานด้านต่าง ๆ เช่นตัวอักษร  รูปภาพ  ภาพเคลื่อนไหว  เสียง ได้สำเร็จ

4.58

0.66

มากที่สุด

3.  ฉันสามารถนำเทคโนโลยีมาสร้างชิ้นงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.70

0.61

มากที่สุด

ความสามารถในการคิด1.  ฉันสามารถวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ โดยวิเคราะห์การทำงานอย่างมีขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบการทำงาน

4.49

4.48

0.67

0.77

มาก

มาก

2.  ฉันสามารถวิเคราะห์  สังเคราะห์ ข้อมูลที่ได้มาจากการค้นคว้ามาจัดทำชิ้นงานด้วยตนเองได้

4.52

0.65

มากที่สุด

3.  ฉันสามารถใช้ความคิดในการออกแบบสร้างชิ้นงานให้มีความแปลกใหม่ และมีประสิทธิภาพ

4.48

0.60

มาก

ความสามารถในการแก้ปัญหา1.  ฉันสามารถวิเคราะห์ คาดการณ์ ปัญหาที่จะเกิดขึ้น และหา

แนวทางในการแก้ปัญหาล่วงหน้าได้

4.54

4.52

0.66

0.78

มากที่สุด

มากที่สุด

2.  เมื่อเกิดปัญหาในขณะทำงาน  ฉันสามารถวิเคราะห์สาเหตุและ แนวทางแก้ไขได้

4.42

0.63

มาก

3.  ฉันยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นและแยกแยะประเด็นปัญหาในแง่มุมต่าง ๆ ในระหว่างทำชิ้นงานได้

4.67

0.56

มากที่สุด

 

 

 

 

ตารางที่  2  (ต่อ)  ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับสมรรถนะสำคัญของนักเรียนหลังการจัด

การเรียนรู้ด้วยโครงงานโดยการใช้เว็บบล็อกโดยแยกรายละเอียดแต่ละด้าน

รายการประเมิน

ระดับสมรรถนะ

แปลผล

   
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต1.  ฉันสามารถติดต่อสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์กับบุคคล

ในเชิงบวก และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นย่างมีประสิทธิภาพ

4.63

4.55

0.61

0.78

มากที่สุด

มากที่สุด

2.  ฉันมีความเชื่อมั่น กล้าตัดสินใจ แสดงความคิดในการออกแบบสร้างสรรค์งาน และสามารถเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เป็น

ปัญหาได้

4.64

0.66

มากที่สุด

3.  ฉันสามารถสร้างชิ้นงานโดยคำนึงถึงความต้องการของผู้อื่นและสังคม

4.55

0.61

มากที่สุด

4.  ฉันสามารถปรับเปลี่ยนชิ้นงาน/โครงงานตามคำแนะนำและความต้องการของสังคมในขณะนั้นได้

4.61

0.56

มากที่สุด

5.  ฉันมีความรับผิดชอบในหน้าที่ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม

4.76

0.49

มากที่สุด

6.  ฉันสามารถนำชิ้นงานไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับกลุ่มอื่น ๆ ได้

4.64

0.56

มากที่สุด

รวม

4.54

0.62

มากที่สุด

ตารางที่ 3ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับสมรรถนะสำคัญของนักเรียนก่อนการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงานโดยการใช้เว็บบล็อก

รายการ

ระดับสมรรถนะ

แปลผล

 

S.D.

ความสามารถในการสื่อสารความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

ความสามารถในการคิด

ความสามารถในการแก้ปัญหา

ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

2.59

2.52

2.48

2.42

2.46

0.51

0.51

0.52

0.52

0.56

ปานกลาง

ปานกลาง

น้อย

น้อย

น้อย

รวม

2.49

0.52

น้อย

จาก ตารางที่ 3ระดับสมรรถนะสำคัญของนักเรียนก่อนการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงานโดยการใช้ เว็บบล็อกพบว่าระดับสมรรถนะสำคัญของนักเรียนในภาพรวมอยู่ในระดับน้อย

( = 2.49, S.D. =  0.52)  เมื่อจำแนกเป็นรายสมรรถนะ พบว่านักเรียนมีสมรรถนะอยู่ในระดับปานกลางคือ สมรรถนะด้านความสามารถในการสื่อสาร   ด้านความสามารถในการใช้เทคโนโลยี  และนักเรียนมีสมรรถนะอยู่ในระดับน้อยได้แก่ สมรรถนะด้าน ความสามารถในการคิด  ความสามารถในการแก้ปัญหา  และความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

ตารางที่ 4ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับสมรรถนะสำคัญของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงานโดยการใช้เว็บบล็อก

              รายการ

ระดับสมรรถนะ

แปลผล

 

S.D.

ความสามารถในการสื่อสารความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

ความสามารถในการคิด

ความสามารถในการแก้ปัญหา

ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

4.45

4.61

4.49

4.54

4.63

0.51

0.68

0.67

0.66

0.61

มาก

มากที่สุด

มาก

มากที่สุด

มากที่สุด

รวม

4.54

0.62

มากที่สุด

จาก ตารางที่ 4ระดับสมรรถนะสำคัญของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงานโดยการใช้ เว็บบล็อกพบว่าระดับสมรรถนะสำคัญของนักเรียนในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

( = 4.54, S.D. =  0.62)  เมื่อจำแนกเป็นรายสมรรถนะ พบว่านักเรียนมีสมรรถนะอยู่ในระดับมากที่สุดได้แก่  สมรรถนะด้าน ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี  ด้านความสามารถในการแก้ปัญหา  สมรรถนะความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตประจำวัน  และสมรรถนะที่อยู่ในระดับมาก ได้แก่ สมรรถนะด้านความสามารถในการสื่อสาร  ความสามารถในการคิด

บทที่ 5

สรุปผลการดำเนินงานและข้อเสนอ

          จากการศึกษา วิถีชีวิตของชนเผ่ากะเหรี่ยง ทั้งประวัติความเป็นมา วิถีชีวิต และความเชื่อ ได้นำเผยแพร่ใน wordpress.com ได้เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจสามารถรู้ถึงเรื่องราวต่างๆของชนเผ่ากะเหรี่ยง และยังเป็นการนำสื่อมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากในด้านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอีก ด้วย

ข้อดีและข้อจำกัดของการสร้างเว็บบล็อก

5.1 ข้อดีของการสร้างเว็บบล็อก( Web Blog)“Learn & Know – Show & Share”มีข้อดีดังต่อไปนี้

5.1.1    เป็น แหล่งรวบรวมสื่อที่รวมเอาจุดเด่นของสื่อแบบต่างๆ มารวมอยู่ในสื่อตัวเดียว คือ สามารถแสดงภาพ แสง เสียง ภาพเคลื่อนไหว และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้

5.1.2   ช่วยให้นักเรียนเกิดพัฒนาการเรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาวิชาได้เร็วขึ้น (สิทธิพร บุญญานุวัตร,2540 : 24)

5.1.3    นักเรียนและครูสามารถการสร้างเว็บบล็อก( Web Blog)เป็นช่องทางในการสื่อสารกัน

5.1.4   มีความสามารถในการออนไลน์ผ่านเครือข่ายและเชื่อมโยงไปสู่โฮมเพจและเว็บไซต์ต่างๆอีกทั้งยังสามารถอ้างอิงในเชิงวิชาการได้

5.1.5   เว็บบล็อกทำให้การกระจายสื่อทำได้อย่างรวดเร็ว และกว้างขว้างกว่าสื่อที่อยู่ในรูปสิ่งพิมพ์

5.1.6    สนับสนุนการเรียนการสอนแบบห้องเรียนเสมือน ห้องสมุดเสมือนและห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์

5.1.7   มี ลักษณะไม่ตายตัว สามารถแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อักทั้งยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้โดยใช้ความสามารถของ ไฮเปอร์เท็กซ์

5.1.8  ในการสอนหรืออบรมนอกสถานที่ การใช้เว็บบล็อกจะช่วยให้เกิดความคล่องตัวยิ่งขึ้น สามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา

5.1.9    การ พิมพ์ทำได้รวดเร็วกว่าแบบใช้กระดาษ สามารถทำสำเนาได้เท่าที่ต้องการ ประหยัดวัสดุในการสร้างสื่อ อีกทั้งยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย

5.1.10   มี ความทนทาน และสะดวกต่อการเก็บบำรุงรักษา ลดปัญหาการจัดเก็บเอกสารย้อนหลังซึ่งต้องใช้เนื้อที่หรือบริเวณกว้างกว่าใน การจัดเก็บ สามารถรักษาหนังสือหายากและต้นฉบับเขียนไม่ให้เสื่อมคุณภาพ

5.1.11    ช่วยให้นักวิชาการและนักเขียนสามารถเผยแพร่ผลงานเขียนได้อย่างรวดเร็ว
5.2  ข้อจำกัดของการใช้เว็บบล็อก

ถึงแม้ว่าการใช้เว็บบล็อกจะมีข้อดีที่สนับสนุนด้านการเรียนการสอนมากมายแต่ก็ยังมีข้อจำกัดด้วยดังต่อไปนี้

5.2.1    คน ไทยส่วนใหญ่ยังคงชินอยู่กับสื่อที่อยู่ในรูปกระดาษมากกว่า(“หนังสือพิมพ์ออ นไลน์นวัตกรรมสื่อแห่งอนาคน “,2541: 60) อีกทั้งการใช้เว็บบล็อกยังไม่สมารถใช้งานได้งายเมื่อเทียบกับสื่อสิ่งพิมพ์ และความสะดวกในการอ่านก็ยังน้อยกว่ามาก

5.2.2     หากโปรแกรมสื่อมีขนาดไฟล์ใหญ่มากๆ จะทำให้การเปลี่ยนหน้าจอมีความล่าช้

5.2.3    การส ร้างเว็บบล็อกเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดี ผู้สร้างต้องมีความรู้ และความชำนาญในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์และการสร้าง สื่อดีพอสมควร

5.2.4  ผู้ใช้สื่ออาจจะไม่ใช่ผู้สร้างสื่อฉะนั้นการปรับปรุงสื่อจึงทำได้ยากหากผู้สอนไม่มีความรู้ด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์

ประโยชน์ของการใช้เว็บบล็อก

เว็บบล็อกนั้นมีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยมีรายละเอียดโดยสรุป ดังต่อไปนี้

  1. เป็นสื่อที่ใช้ในการแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกของผู้เขียนเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เพื่อเสนอให้ผู้คน สาธารณะได้รับรู้
  2. เป็น เครื่องมือช่วยในด้านธุรกิจ เช่น การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวขององค์กร การเสนอตัวอย่างสินค้า การขายสินค้า และการทำการตลาดออนไลน์ เป็นต้น
  3. เป็นแหล่งความรู้ใหม่ๆ ที่ถูกต้องและชัดเจน จากผู้มีความรู้เฉพาะด้านๆ นั้น เนื่องจากผู้เขียน Blog มักจะเขียนถึงเรื่องที่ตัวเองถนัด ชอบ และมีความรู้ลึกในเรื่องนั้นๆ การค้นหาข้อมูลเฉพาะด้านใน Blog ต่างๆ จึงทำให้เราค้นพบความรู้ และผู้มีความรู้ความชำนาญในด้านต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น
  4. ทำให้ทันต่อ เหตุการณ์ในโลกปัจจุบัน เพราะข่าวสารความรู้ มาจากผู้คนมากมาย(ทั่วโลก) และมักจะเปลี่ยนแปลงได้ทันกับเหตุการณ์ปัจจุบันเสมอ
  5. ช่วยให้นักเรียนสามารถย้อนกลับเพื่อทบทวนบทเรียนหากไม่เข้าใจ และสามารถเลือกเรียนได้ตามเวลาและสถานที่ที่ตนเองสะดวก
  6. การตอบสนองที่รวดเร็วของคอมพิวเตอร์ที่ให้ทั้งสีสัน ภาพ และเสียง ทำ ให้เกิดความตื่นเต้นและไม่เบื่อหน่าย
  7. ช่วย ให้การเรียนมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีประสิทธิภาพในแง่ที่ลดเวลาลดค่าใช้จ่าย สนองความต้องการและความสามารถของบุคคล มีประสิทธิผลในแง่ที่ทำ ให้นักเรียนบรรลุจุดมุ่งหมาย
  8. นักเรียนสามารถเลือกเรียนหัวข้อที่ สนใจข้อใดก่อนก็ได้ และสามารถย้อนกลับไปกลับมาในเอกสาร หรือกลับมาเริ่มต้นที่จุดเริ่มต้นใหม่ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
  9. สามารถแสดงทั้งข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงได้พร้อมกัน หรือจะเลือกให้แสดงเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
  10. การ จัดเก็บข้อมูลจะสามารถจัดเก็บไฟล์แยกระหว่างตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและเสียง โดยใช้เท็กซ์ไฟล์เป็นศูนย์รวม แล้วเรียกมาใช้ร่วมกันได้โดยการเชื่อมโยงข้อมูลจากสื่อต่างๆ ที่อยู่คนละที่เข้าด้วยกัน
  11. สามารถปรับเปลี่ยน แก้ไข เพิ่มเติมข้อมูลได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว ทำให้สามารถปรับปรุงบทเรียนให้ทันสมัยกับเหตุการณ์ได้เป็นอย่างดี
  12. นักเรียนสามารถค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันกับเรื่องที่กำลังศึกษา จากแฟ้มเอกสารอื่นๆ ที่เชื่อมโยงอยู่ได้อย่างไม่จำ กัดจากทั่วโลก
  13. เสริม สร้างให้นักเรียนเป็นผู้มีเหตุผล มีความคิดและทัศนะที่เป็น Logical เพราะการโต้ตอบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ นักเรียนจะต้องทำ อย่างมีขั้นตอน มีระเบียบ และมีเหตุผลพอสมควรเป็นการฝึกลักษณะนิสัยที่ดีให้กับนักเรียน
  14. นักเรียนสามารถบูรณาการการเรียนการสอนในวิชาต่างๆ เข้าด้วยกันได้อย่างเกี่ยวเนื่องและมีความหมาย
  15. ครูมีเวลาติดตามและตรวจสอบความก้าวหน้าของนักเรียนแต่ละคนได้มากขึ้น
  16. ครูมีเวลาศึกษาตำ รา และพัฒนาความสามารถของตนเองได้มากขึ้น
  17. ช่วยพัฒนาทางวิชาการครู
  18. ช่วยสร้างชิ้นงานของนักเรียน

ข้อเสนอแนะในการทำโครงงานครั้งต่อไป

นอกจากเว็บบล็อก http://www.wordpress.comแล้ว ในการทำโครงงานครั้งต่อไปมีข้อแนะนำดังนี้

๑.                  ใช้เว็บบล็อกของผู้ให้บริการอื่นเช่น เว็บบล็อก http://www.blogger.com เป็นต้น

๒.                  ใช้เปรียบเทียบประสิทธิภาพการศึกษาวิชาอื่นๆ เช่น ภาษาไทย  วิทยาศาสตร์  คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นต้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บรรณานุกรม

 

เดชา ไชยเมือง. WordPressกระแทกใจ บล็อกเกอร์วัยจ๊าบ. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : ตลาด ดอท คอม

ณฐกร ทองอ่อน. Amazon + WordPress. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ : วิตตี้กรุ๊ป

อนุชา ลีวรกุล.WordPressสร้างบล็อกอัจฉริยะ ก้าวก่อนใครในโลกออนไลน์.พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ : วิตตี้กรุ๊ป

          ศึกษาวิถีชิวิตชาวกะเหรี่ยง จาก http://bjw6234.orgfree.com/page1.1.html

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s